มีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
เพื่อลดเนื้อเยื่อส่วนเกินของต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ที่อาจเป็นสาเหตุของการกรน
หน้าแรกภาวะการเจ็บป่วยและการรักษาภาวะการเจ็บป่วยอาการนอนกรน อาการนอนกรน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีอาการนอนกรนคืออะไร?
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีอาการนอนกรนคืออะไร?
สร้างความรำคาญต่อผู้นอนร่วมห้อง เป็นปัญหาครอบครัว
ป้องกันอาการนอนกรน และวิธีการดูแลตนเองที่บ้านอย่างไร?
ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับหรือยาคลายเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อในลำคอผ่อนคลายและหย่อนมากเกินไป ส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบแคบและทำให้เกิดการนอนกรน
และเมื่อช่องทางเดินหายใจปิดสนิท ก็จะไม่มีอากาสไหลผ่านเข้าสู่ร่า่งกายเราได้เลย และแน่นอน เมื่อไม่มีอากาศไหลผ่าน ก็ไม่มีการสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อ เสียงกรน ก็จะหายไปด้วย (ชั่วคราว) แต่! อันตรายได้เริ่มขึ้นแล้วครับ
ตอบ: อาการที่บ่งบอกความเสี่ยง ได้แก่ นอนกรนดังมากเป็นประจำ ตื่นมาแล้วไม่สดชื่นหรือรู้สึกนอนไม่พอ คอแห้ง ปวดศีรษะตอนเช้า นอนกรน ง่วงนอนมากผิดปกติในระหว่างวัน และมีคนสังเกตเห็นว่าหายใจไม่สม่ำเสมอหรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ขณะหลับ
เปลี่ยนท่านอน – นอนตะแคงแทนการนอนหงาย
อาจนำไปสู่การขาดออกซิเจนในเลือด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและสมอง
มีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
ตอบ: หากปล่อยไว้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์-อัมพาต) ภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการง่วงนอนผิดปกติ